(www.comepee.com)

Kampree คัมภีร์กฎหมาย >>> Free Law for You
คัมภีร์กฎหมาย : เวทีถาม - ตอบ แลกปลี่ยนสาระ
Welcome to KAMPREE Law Forum !!
กระทู้ |บทความ |ผู้จัดทำ |Home |articles |webboard |Gmail |Hotmail  



E-commerce : ผลกระทบของ พรบ.ธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ฯต่อสัญญาการค้าระหว่างประเทศ

โดย        ศาสตราจารย์(พิเศษ) คัมภีร์ แก้วเจริญ

(ดูหัวข้อบรรยายที่ ม.ธรรมศาสตร์ >>>Click ที่นี่)


* * * * * * * * * * * *


๑. ความเบื้องต้น

๑.๑ พัฒนาการของ E-Commerce

                 -ความหมายของ "ธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์"(Electronic Transaction) และ "ธุรกรรมพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์"(E-Commerce)
                 -พัฒนาการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศมีอิทธิพลต่อ"ธุรกรรมพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์"(E-Commerce)
                 -สื่ออิเล็กทรอนิกส์ และข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์
                 -การเปลี่ยนแปลงรูปแบบการผูกนิติสัมพันธุ์ในการทำ"ธุรกรรมพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์"(E-Commerce)
                 -พัฒนาการในวงการค้าระหว่างประเทศ

๑.๒ สัญญาการค้าระหว่างประเทศในยุค E-commerce

                 -หลักกฎหมายภายในของท้องถิ่นที่ทำสัญญา

                 -หลักกฎหมายระหว่างประเทศ และหลักกฎหมายขัดกัน(Conflict of Law)
                 -บทบาทของสหประชาชาติในด้านสัญญาการค้าระหว่างประเทศและ E-Commerce(UNCITRAL-1 )
                 -ตัวอย่าง E-shop ในประเทศไทย
                 -ขั้นตอนการเกิดสัญญา E-commerce
                 -เงื่อนไขการชำระเงินตามสัญญา E-commerce

๑.๓ หลักพื้นฐานของกฎหมายเกี่ยวกับ E-commerce

                 -สถานะทางกฎหมายของข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ และการรับ-ส่งข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์
  • Model Law ว่าด้วย E-commerce(Model Law 1996) และ
  • UN.Convention ว่าด้วยการทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (Convention 2006)

                     -การแสดงเจตนาผูกนิติสัมพันธ์ทางอิเล็กทรอนิกส์

                     -การรับรองผลทางกฎหมายของการใช้ลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์
  • Model Law ว่าด้วยลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ (Model Law 2001)

                     -การยกเว้นแบบนิติกรรมและหลักฐานเป็นหนังสือ

                     -การรับฟังเป็นพยานหลักฐานกี่ยวกับข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์

    ๑.๔ E-commerce ในประเทศไทย

                     -ธุรกรรมทางแพ่งและพาณิชย์ที่ดำเนินการโดยใช้ข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์

                     -ธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ในการดำเนินการของภาครัฐ

                     -ผลของธุรกรรม E-commerce ตามหลักกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ของไทย


    ๒. โครงสร้างของ พรบ.ธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ.๒๕๔๔

    ที่มาของพระราชบัญญัติว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2544
    -ยกร่างมาจากกฎหมายแม่แบบหรือ Model Law ของ คณะกรรมาธิการกฎหมายการค้าระหว่างประเทศแห่งสหประชาชาติ (UNCITRAL) มีหลักการสำคัญเพื่อรองรับการทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ให้มีผลทางกฎหมายเทียบเท่ากับการทำธุรกรรมที่เคยทำกันตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

    ผลทางกฎหมาย
    -การออกพระราชบัญญัตินี้ มีผลทางกฎหมายหลายประเด็น เช่น

  • กรอบการบังคับใช้ของกฎหมาย(legal frame)
    -จัดให้มีกรอบการบังคับใช้ของกฎหมาย(legal frame) วางหลักเกณฑ์กว้างๆ เกี่ยวกับการใช้ข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ในการทำนิติกรรมสัญญา มีรายละเอียดด้านกระบวนการและทางเทคนิคต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งสามารถปรับใช้กับธุรกิจและสัญญาลักษณะต่างๆ อย่างเชื่อถือได้ในธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์
  • วิธีการรับรองลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ และรายละเอียดทางเทคนิค
    -กำหนดวิธีการรับรองลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ และรายละเอียดทางเทคนิคเกี่ยวกับวิธีการรับรอง หรือการกำกับประกอบการรับรองลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์
  • วิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ในการรับและส่งข้อมูลฯ .....ฯลฯ........
    -กำหนดวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ในการรับและส่งข้อมูลฯ การเก็บรักษาข้อมูลฯ การตอบรับข้อมูลฯ ความเป็นเจ้าของข้อมูลฯ และการรู้ถึงความผิดพลาดหรือซ้ำซ้อนของข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์
  • เปลี่ยนการแสดงเจตนาผูกนิติสัมพันธ์มาเป็นการรับส่งข้อความทางอิเล็กทรอนิกส์
    -เปลี่ยนการแสดงเจตนาผูกนิติสัมพันธ์จากวิธีการเดิมที่ทำเป็นหนังสือและมีหลักฐานเป็นหนังสือและลงลายมือชื่อในเอกสาร มาเป็นการรับส่งข้อความทางอิเล็กทรอนิกส์ โดยใช้ลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์แทน มีผลเทียบเท่ากับการลงลายมือชื่อในเอกสาร และมีผลที่แตกต่างจากเดิมในรื่องเวลาและสถานที่ที่ถือว่าเกิดนิตกรรมสัญญาทางอิเล็กทรอนิกส์
  • เปลี่ยนหลักกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง เรื่องพยานหลักฐาน
    -เปลี่ยนหลักกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง เรื่องพยานหลักฐาน คือต้นฉบับของข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์และการยอมรับฟังข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์เป็นพยานหลักฐานได้
  • แนวทางส่งเสริม สนับสนุนและพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ด้านต่างๆ
    -กำหนดแนวทางส่งเสริม สนับสนุนและพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ด้านต่างๆ มีคณะกรรมการธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ทำหน้าที่วางแผนให้มีการพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ และการกำกับดูแลการประกอบธุรกิจเกี่ยวกับธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์

    ๒.๑ ธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์

                     -นิยามคำว่า "ธุรกรรม"

                     -นิยามคำว่า "อิเล็กทรอนิกส์"

                     -นิยามคำว่า "ข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์"

                     -นิยามคำว่า "การแลกเปลี่ยนข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์"

                     -หลักว่าด้วยการห้ามปฏิเสธความผูกพันและการบังคับใช้ทางกฎหมายของข้อความที่อยู่ในรูปของ "ข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์"(ม.๗, ๑๓, ๑๔)

                     -หลักความถูกต้องของเอกสารหรือข้อความที่นำเสนอหรือเก็บรักษาในรูปข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์(ม.๑๐. ๑๒)

                     -การมีผลของการรับ-ล่งข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ (ม.๑๕-๒๔)

                     -หลักการห้ามปฏิเสธการับฟังข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์เป็นพยานหลักฐานในกระบวนพิจารณาตามกฎหมาย(ม.๑๑)

                     -เงื่อนไขว่าด้วยวิธีการเพื่อความปลอดภัยในการทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์(ม.๒๕)

    ๒.๒ ลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์

                     -เงื่อนไขการใช้"ลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์"ที่เชื่อถือได้และมีผลทางกฎหมายเสมือนการลงลายมือชื่อในเอกสาร (ม. ๘, ๙, ๒๖,๒๗)

                     -การออกใบรับรองสนับสนุนการใช้ลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์(ม.๒๘-๓๑)

    ๒.๓ ธุรกิจบริการเกี่ยวกับธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์

                     -ผู้ประกอบธุรกิจบริการเกี่ยวกับธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (CA - Certification Authority)

                     -ระบบของไทยในการประกอบธุรกิจบริการเกี่ยวกับธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์(ม.๓๒-๓๔)

                     -ร่างพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการประกอบธุรกิจบริการออกใบรับรองลายมือชื่ออิเล้กทรอนิกส์ (CA - Certification Authority) มติคณะรัฐมนตรี -- พุธที่ 29 พฤศจิกายน 2006 15:17:22 น.

                     -วันที่ ๒๙ พฤศจิกายน ๒๕๔๙ คณะรัฐมนตรีอนุมัติหลักการร่างพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการการประกอบธุรกิจให้บริการออกใบรับรองลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. .... ตามที่กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเสนอและให้ส่งสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณา โดยให้รับความเห็นและข้อสังเกตของกระทรวงพาณิชย์ไปประกอบการพิจารณาด้วย แล้วดำเนินการต่อไป

    ๒.๔ ธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ของภาครัฐ

                     -ประเภทธุรกรรม(ม.๓๕)

                     -ความเกี่ยวข้องกับ E - Commerce

    ๒.๕ คณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์

                     -องค์ประกอบและการดำเนินงาน(ม. ๓๖, ๓๘-๔๓)

                     -บทบาทและอำนาจหน้าที่(ม.๓๗)

    ๒.๖ บทกำหนดโทษ

                     -ความรับผิดฐานประกอบธุรกิจบริการเกี่ยวกับธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์(ม.๔๔ - ๔๕)

                     -บทสัณนิษฐานความผิดของนิติบุคคล ผู้จัดการ ผู้แทนหรือผู้มีส่วนร่วมในการดำเนินงานของนิติบุคคล(ม.๔๖)

    เหตุผลของการเสนอแก้ไขกฎหมายฉบับนี้ต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติ เมื่อ ๒๐ พ.ย. ๒๕๕๐

                     -เนื่องจากปัจจุบันกฎหมายว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ยังไม่มีบทบัญญัติรองรับในเรื่องตราประทับอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งเป็นสิ่งที่สามารถระบุถึงตัวผู้ทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ได้ เช่นเดียวกับลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ ทำให้เป็นอุปสรรคต่อการทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ที่ต้องมีการประทับตราในหนังสือเป็นสำคัญ

                     -รวมทั้งยังไม่มีบทบัญญัติที่กำหนดให้สามารถนำเอกสารซึ่งเป็นสิ่งพิมพ์ออกของข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์มาใช้แทนต้นฉบับหรือให้เป็นพยานหลักฐานในศาลได้

                     -และโดยที่ได้มีการ ปรับปรุงโครงสร้างระบบราชการตามพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม พ.ศ. ๒๕๔๕ และกำหนดให้กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเป็นหน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่เกี่ยวกับการ วางแผน ส่งเสริม พัฒนา และดำเนินกิจการเกี่ยวกับเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร

                     -ประกอบกับปัจจุบันธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ได้มีการใช้อย่างแพร่หลาย จำเป็นที่จะต้องมีหน่วยงานธุรการเพื่อทำ หน้าที่กำกับดูแล เพื่อให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์และเป็นฝ่ายเลขานุการของคณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ โดยสมควรจัดตั้งสำนักงานคณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ สังกัดกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารขึ้นทำหน้าที่แทนศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ อันจะเป็นการส่งเสริมความเชื่อมั่นในการทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ และเสริมสร้างศักยภาพการแข่งขันในเวทีการค้าระหว่างประเทศ

                     -จึงสมควรแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์เพื่อให้สอดคล้องกับหลักการดังกล่าว


    ๓.สภาพบังคับของ พรบ.ธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ฯ

    ๓.๑ พระราชกฤษฎีกากำหนดประเภทธุรกรรมในทางแพ่งและพาณิชย์ที่ยกเว้นมิให้นำกฎหมายว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์มาใช้บังคับ พ.ศ. 2549

                     -กำหนดให้ธุรกรรมบางประเภทซึ่งโดยสภาพและตามวิถีชีวิตสมควรยกเว้นไม่นำบทบัญญัติของ พรบ.นี้มาใช้บังคับ

    ๓.๒ พระราชกฤษฎีกากำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการในการทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ภาครัฐ พ .ศ. 2549

                     -พรฎ.นี้ออกตามความในมาตรา 35 มีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 10 มกราคม 2550 (ดู รายละเอียดใน "หมายเหตุ" ด้านล่าง)

    ๓.๓ การกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการการประกอบธุรกิจให้บริการออกใบรับรองลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์

                     -ดำเนินการยกร่างแล้วเสร็จในเดือนพฤษภาคม 2549 และคณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ให้ความเห็นชอบในหลักการเมื่อการประชุมครั้งที่ 13 เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2549 และมีการจัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นจากผู้ที่เกี่ยวข้องไปเรียบร้อยแล้ว 4 ครั้ง เพื่อนำข้อสังเกต ข้อเสนอแนะมาปรับแก้ร่างพ.ร.ฎ ดังกล่าว และครม.มีมติเห็นชอบเมื่อวันที่ 28 พย. 2549 ขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการของคณะกรรมการกฤษฎีกา

    ๓.๔ การกำกับดูแลธุรกิจบริการการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์

  • พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการควบคุมดูแลธุรกิจบริการการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์พ.ศ. ๒๕๕๑

                     -เพื่อกำหนดกลไกสำคัญทางกฎหมายในการรองรับระบบการโอนเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ ทั้งที่เป็นการโอนเงินระหว่างสถาบันการเงิน และระบบการชำระเงินรูปแบบใหม่ในรูปของเงินอิเล็กทรอนิกส์ก่อให้เกิดความเชื่อมั่นต่อระบบการทำธุรกรรมทางการเงินและการทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์มากยิ่งขึ้น

                     -ตามมาตรา ๔ บัญัติให้ ธปท. เป็นผู้รับผิดชอบในการควบคุมดูแลธุรกิจบริการการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ตามพระราชกฤษฎีกานี้ และมีนิยามคำว่า “พนักงานเจ้าหน้าที่” หมายความว่า ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยหรือผู้ซึ่งผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยแต่งตั้งให้ปฏิบัติการตามพระราชกฤษฎีกานี้

                     -ตามมาตรา ๗ บัญญัติรับรองการประกอบธุรกิจบริการการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ซึ่งมี ๓ ประเภท คือ
    ๑) ธุรกิจที่ผู้ให้บริการจะต้องแจ้งให้ทราบ
    ๒) ธุรกิจที่ผู้ให้บริการจะต้องขึ้นทะเบียน
    ๓) ธุรกิจที่ผู้ให้บริการจะต้องได้รับใบอนุญาต

                     -คำนิยามต่างๆที่เกี่ยวข้องในวงการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ :-
  • “การชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์” หมายความว่า การโอนสิทธิการถือครองเงินหรือการโอน สิทธิการถอนเงิน หรือหักเงินจากบัญชีเงินฝากของผู้ใช้บริการที่เปิดไว้กับผู้ให้บริการด้วยวิธีการทาง อิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมดหรือบางส่วน
  • “บัตรอิเล็กทรอนิกส์” หมายความว่า บัตรอิเล็กทรอนิกส์ตามประมวลกฎหมายอาญา
  • “บัตรเครดิต” หมายความว่า บัตรอิเล็กทรอนิกส์ที่ผู้ให้บริการออกให้แก่ผู้ใช้บริการเพื่อใช้ชำระ ค่าสินค้า ค่าบริการ หรือค่าอื่นใด แทนการชำระด้วยเงินสด หรือเพื่อใช้เบิก ถอน โอน หรือทำธุรกรรม อื่นใดที่เกี่ยวกับเงิน และผู้ให้บริการจะเรียกให้ผู้ใช้บริการชำระเงินในภายหลัง
  • “บัตรเดบิต” หมายความว่า บัตรอิเล็กทรอนิกส์ที่ผู้ให้บริการออกให้แก่ผู้ใช้บริการเพื่อใช้ชำระ ค่าสินค้า ค่าบริการ หรือค่าอื่นใด แทนการชำระด้วยเงินสด หรือเพื่อใช้เบิก ถอน โอน หรือทำธุรกรรม อื่นใดที่เกี่ยวกับเงิน ตามมูลค่าของเงินที่ผู้ใช้บริการได้ฝากไว้กับผู้ให้บริการ
  • “เงินอิเล็กทรอนิกส์” หมายความว่า บัตรอิเล็กทรอนิกส์ที่ผู้ให้บริการออกให้แก่ผู้ใช้บริการ ซึ่งจะระบุชื่อหรือไม่ก็ตาม โดยมีการชำระเงินให้แก่ผู้ให้บริการไว้ล่วงหน้า เพื่อนำไปใช้ชำระค่าสินค้า ค่าบริการ หรือค่าอื่นใดแทนการชำระด้วยเงินสด และได้มีการบันทึกมูลค่าหรือจำนวนเงินที่ชำระไว้ ล่วงหน้า
  • “อีดีซี” (Electronic Data Capture : EDC) หมายความว่า อุปกรณ์หรือเครื่องมือสำหรับการ รับส่งข้อมูลการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์จากบัตรเครดิต บัตรเดบิต เงินอิเล็กทรอนิกส์ หรือบัตร อิเล็กทรอนิกส์อื่นใด ไปยังผู้ให้บริการซึ่งออกบัตร
  • “เครือข่ายอีดีซี” (EDC Network) หมายความว่า เครือข่ายรับส่งข้อมูลอีดีซีที่มีศูนย์กลาง หรือจุดเชื่อมต่อการรับส่งข้อมูลระหว่างผู้ใช้บริการเครือข่าย
  • “เครือข่ายบัตรเครดิต” หมายความว่า เครือข่ายการให้บริการรับส่งข้อมูลการชำระเงินทาง อิเล็กทรอนิกส์จากบัตรเครดิตของผู้ถือบัตรไปยังผู้ให้บริการซึ่งออกบัตรเช่นว่านั้น เพื่ออนุมัติการใช้ บัตรในการทำรายการแต่ละรายการ หรือรับส่งข้อมูลเรียกเก็บเงินอันเกิดจากการชำระเงินทาง อิเล็กทรอนิกส์ ตลอดจนการหักทอนบัญชีระหว่างกัน
  • “บริการสวิตช์ชิ่งในการชำระเงิน” (Transaction Switching) หมายความว่า บริการเป็น ศูนย์กลางหรือจุดเชื่อมต่อรับส่งข้อมูลรายการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ให้แก่ผู้ให้บริการตามที่ตกลงกัน
  • “บริการรับชำระเงินแทน” หมายความว่า บริการรับชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์แทนเจ้าหนี้
  • “บริการหักบัญชี” (Clearing) หมายความว่า บริการรับส่ง ตรวจสอบ และยืนยันข้อมูลตาม คำสั่งการชำระเงินสำหรับนำไปคำนวณหายอดเงินแสดงความเป็นเจ้าหนี้ หรือลูกหนี้ของผู้ใช้บริการ เพื่อใช้ข้อมูลดังกล่าวไปทำการชำระดุลระหว่างเจ้าหนี้และลูกหนี้ ทั้งนี้ รวมถึงการจัดการเพื่อให้ กระบวนการชำระดุลสำเร็จลุล่วงด้วย
  • “บริการชำระดุล” (Settlement) หมายความว่า บริการระบบการชำระเงินที่ตกลงกันไว้ ล่วงหน้าระหว่างผู้ใช้บริการกับผู้ให้บริการเพื่อให้ผู้ให้บริการปรับฐานะความเป็นเจ้าหนี้ หรือลูกหนี้ ของผู้ใช้บริการโดยผู้ให้บริการจะทำการหักบัญชีเงินฝากของผู้ใช้บริการซึ่งมีฐานะเป็นลูกหนี้ หรือรับ ชำระหนี้โดยวิธีอื่นใดตามที่ตกลงกัน แล้วปรับบัญชีเงินฝากของผู้ใช้บริการซึ่งมีฐานะเป็นเจ้าหนี้ หรือ ชำระเงินด้วยวิธีอื่นใด เพื่อให้หนี้ดังกล่าวระงับไป
  • “ผู้ให้บริการ” หมายความว่า ผู้ประกอบธุรกิจให้บริการการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ตามที่ กำหนดไว้ในบัญชีท้ายพระราชกฤษฎีกานี้

    ๓.๕ การทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์กับการรักษาความมั่นคงปลอดภัยด้านสารสนเทศ

  • ร่างพระราชกฤษฎีกากำหนดวิธีการแบบปลอดภัยในการประกอบธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. ....

  • ISO 17799 มาตรฐานการรักษาความมั่นคงปลอดภัย ในการประกอบธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์


    ๔. พิจารณาผลกระทบต่อสัญญาการค้าระหว่างประเทศของไทย

    ๔.๑ นิติสัมพันธ์ระหว่างคุ่สัญญา E-commerce

                     -การปรับบทกฎหมายแพ่งและพาณิชย์สำหรับธุรกรรม E-commerce

                     -การยอมรับของศาลในการดำเนินกระบวนพิจารณาและรับฟังพยานหลักฐาน

    ๔.๒ ความคล่องตัวในการทำธุรกรรม E-commerce

                     -หลักเกณฑ์และวิธีการการประกอบธุรกิจให้บริการออกใบรับรองลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์

                     -การกำกับดูแลธุรกิจบริการการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์

                     -ความพร้อมด้านระบบเทคโนโลยีที่ใช้ในการทำธุรกรรม E-commerce

    ๔.๓ ความเชื่อถือไว้วางใจในการทำธุรกรรม E-commerce

                     -ระบบการรักษาความปลอดภัย

                     -การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

                     -การบังคับใช้พรบ.ฯความผิดฯคอมพิวเตอร์ ๒๕๕๐


    ๔.๔ การระงับข้อพิพาทตามสัญญา E-commerce

                     -สัญญาอนุญาโตตุลาการอิเล็กทรอนิกส์
  • Model Law 1985
  • พรบ.อนุญาโตฯ ๒๕๔๕

    มาตรา 7 ในกรณีที่คู่สัญญามิได้ตกลงกันไว้อย่างอื่น การส่งเอกสารตามพระราชบัญญัตินี้ถ้าได้ส่งให้แก่บุคคลซึ่งระบุไว้ในเอกสารนั้นได้ส่งไปยังสำนักทำการงานหรือภูมิลำเนาหรือที่อยู่ทางไปรษณีย์ของบุคคลซึ่งระบุไว้ในเอกสารนั้น หรือในกรณีที่ไม่ปรากฏที่อยู่ข้างต้น แม้ได้สืบหาตามสมควรแล้ว ถ้าได้ส่งไปยังสำนักทำการงาน หรือภูมิลำเนา หรือที่อยู่ทางไปรษณีย์แห่งสุดท้ายที่ทราบ โดยทางไปรษณีย์ลงทะเบียนหรือไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับ ถ้าเป็นการส่งภายในประเทศ หรือโดยวิธีอื่นใดที่แสดงถึงความพยายามในการจัดส่ง ให้ถือว่าบุคคลซึ่งระบุไว้ในเอกสารนั้นได้รับเอกสารดังกล่าวแล้ว
    บทบัญญัติมาตรานี้ไม่ใช้บังคับกับการส่งเอกสารในการดำเนินกระบวนพิจารณา

    มาตรา 9 ให้ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง หรือศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศภาค หรือศาลที่มีการพิจารณาชั้นอนุญาโตตุลาการอยู่ในเขตศาลหรือศาลที่คู่พิพาทฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมีภูมิลำเนาอยู่ในเขตศาล หรือศาลที่มีเขตอำนาจพิจารณาพิพากษาข้อพิพาทซึ่งได้เสนอต่ออนุญาโตตุลาการนั้น เป็นศาลที่มีเขตอำนาจตามพระราชบัญญัติ

    มาตรา 11 สัญญาอนุญาโตตุลาการ หมายถึง สัญญาที่คู่สัญญาตกลงให้ระงับข้อพิพาททั้งหมดหรือบางส่วนที่เกิดขึ้นแล้วหรือที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตไม่ว่าจะเกิดจากนิติสัมพันธ์ทางสัญญาหรือไม่โดยวิธีอนุญาโตตุลาการ ทั้งนี้ สัญญาอนุญาโตตุลาการอาจเป็นข้อสัญญาหนึ่งในสัญญาหลัก หรือเป็นสัญญาอนุญาโตตุลาการแยกต่างหากก็ได้
    สัญญาอนุญาโตตุลาการต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือลงลายมือชื่อคู่สัญญาเว้นแต่ถ้าปรากฏข้อสัญญาในเอกสารที่คู่สัญญาโต้ตอบทางจดหมาย โทรสาร โทรเลข โทรพิมพ์ การแลกเปลี่ยนข้อมูลโดยมีการลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์หรือทางอื่นซึ่งมีการบันทึกข้อสัญญานั้นไว้ หรือมีการกล่าวอ้างข้อสัญญาในข้อเรียกร้องหรือข้อคัดค้านและคู่สัญญาฝ่ายที่มิได้กล่าวอ้างไม่ปฏิเสธให้ถือว่ามีสัญญาอนุญาโตตุลาการแล้ว
    สัญญาที่มีหลักฐานเป็นหนังสืออันได้กล่าวถึงเอกสารใดที่มีข้อตกลงให้ระงับข้อพิพาทโดยวิธีอนุญาโตตุลาการโดยมีวัตถุประสงค์ให้ข้อตกลงนั้นเป็นส่วนหนึ่งของสัญญาหลักให้ถือว่ามีสัญญาอนุญาโตตุลาการแล้ว

                     -การดำเนินกระบวนพิจารณาโดยสื่ออิเล็กทรอนิกส์
  • E-Arbitration

                     -การรับฟังพยานข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์


    ๕.สรุป และแง่คิดที่เกี่ยวข้อง

    ๕.๑ สรุป

    ๕.๒ แง่คิดที่เกี่ยวข้อง

                     -ความพร้อมด้านกลไกกฎหมาย : ดำเนินการให้ พรบ.ธุรกรรมฯ ๒๕๔๔ มีผลบังคับใช้ร่วมกับกฎหมายอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับ E-commerce ได้อย่างสมบูรณ์

                     -ความพร้อมด้านเทคโนโลยี : มีระบบข้อมูลเทคโนโลยีที่ทันกับพัฒนาการของนานาประเทศ มีการส่งเสริม สนับสนุน และพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานสารสนเทศของประเทศไทย เช่น โครงข่ายโทรคมนาคมและเทคโนโลยีสารสนเทศ

                     -ความพร้อมด้านบุคลากร ทั้งในส่วนผู้ใช้บริการ ผู้ให้บริการ ตลอดจนการเสริมสร้างให้บุคลากรประจำโครงสร้างพื้นฐานสารสนเทศมีความพร้อมในการปฏิบัติงานด้าน E-commerce


    หมายเหตุ

    @เอกสารและเวปไซต์ประกอบ
    *1 - พ.ร.บ. ธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ ๒๕๔๔
    *2 - http://www.uncitral.org/uncitral/en/index.html
    *3 - E-shop
    *4 - eBay
    *5 - ePay
    *6 - พรบ.อนุญาโตฯ ๒๕๔๕
    *7 - พรบ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ๒๕๕๐
    *8 - บทความเกี่ยวกับความผิดฯคอมพิวเตอร์
    *9 - E-Arbitration


    พระราชกฤษฎีกากำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการในการทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ภาครัฐ พ.ศ. 2549 (ราชกิจจานุเบกษา ฉบับกฤษฎีกา เล่ม 124 ตอนที่ 4 ก)

  • มาตรา ๓ ในการทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ภาครัฐ หน่วยงานของรัฐต้องจัดให้มีระบบ เอกสารที่ทำในรูปของข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ในลักษณะ ดังต่อไปนี้

  • (๑) เอกสารที่ทำในรูปของข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์นั้นต้องอยู่ในรูปแบบที่เหมาะสม โดยสามารถ แสดงหรืออ้างอิงเพื่อใช้ในภายหลังและยังคงความครบถ้วนของข้อความในรูปแบบของข้อมูล อิเล็กทรอนิกส์
    (๒) ต้องกำหนดระยะเวลาเริ่มต้นและสิ้นสุดในการยื่นเอกสารที่ทำในรูปของข้อมูล อิเล็กทรอนิกส์ โดยปกติให้ยึดถือวันเวลาของการปฏิบัติงานหน่วยงานของรัฐนั้นเป็นหลัก และอาจ กำหนดระยะเวลาในการดำเนินการพิจารณาของหน่วยงานของรัฐด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ไว้ด้วย ก็ได้ เว้นแต่จะมีกฎหมายในเรื่องนั้นกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น

    (๓) ต้องกำหนดวิธีการที่ทำให้สามารถระบุตัวเจ้าของลายมือชื่อ ประเภท ลักษณะหรือ รูปแบบของลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ และสามารถแสดงได้ว่าเจ้าของลายมือชื่อรับรองข้อความในข้อมูล อิเล็กทรอนิกส์
    (๔) ต้องกำหนดวิธีการแจ้งการตอบรับด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์หรือด้วยวิธีการอื่นใด เพื่อเป็นหลักฐานว่าได้มีการดำเนินการด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ไปยังอีกฝ่ายหนึ่งแล้ว

  • มาตรา ๔ นอกจากที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๓ ในกรณีที่หน่วยงานของรัฐจัดทำกระบวนการ พิจารณาทางปกครองโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ ระบบเอกสารที่ทำในรูปของข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ ต้องมีลักษณะดังต่อไปนี้ด้วย เว้นแต่จะมีกฎหมายในเรื่องนั้นกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น

  • (๑) มีวิธีการสื่อสารกับผู้ยื่นคำขอในกรณีที่เอกสารมีข้อบกพร่องหรือมีข้อความที่ผิดหลง อันเห็นได้ชัดว่าเกิดจากความไม่รู้หรือความเลินเล่อของผู้ยื่นคำขอ หรือการขอข้อเท็จจริงเพิ่มเติม รวมทั้งมีวิธีการแจ้งสิทธิและหน้าที่ในกระบวนการพิจารณาทางปกครองตามความจำเป็นแก่กรณี ในกรณีที่กฎหมายกำหนดให้ต้องแจ้งให้คู่กรณีทราบ
    (๒) ในกรณีมีความจำเป็นตามลักษณะเฉพาะของธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ภาครัฐใด หน่วยงานของรัฐนั้นอาจกำหนดเงื่อนไขว่าคู่กรณียินยอมตกลงและยอมรับการดำเนินการพิจารณา ทางปกครองของหน่วยงานของรัฐโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์

  • มาตรา ๕ หน่วยงานของรัฐต้องจัดทำแนวนโยบายและแนวปฏิบัติในการรักษาความมั่นคง ปลอดภัยด้านสารสนเทศ เพื่อให้การดำเนินการใด ๆ ด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์กับหน่วยงานของรัฐ หรือโดยหน่วยงานของรัฐมีความมั่นคงปลอดภัยและเชื่อถือได้

  • แนวนโยบายและแนวปฏิบัติอย่างน้อยต้องประกอบด้วยเนื้อหา ดังต่อไปนี้
    (๑) การเข้าถึงหรือควบคุมการใช้งานสารสนเทศ
    (๒) การจัดให้มีระบบสารสนเทศและระบบสำรองของสารสนเทศซึ่งอยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน และจัดทำแผนเตรียมพร้อมกรณีฉุกเฉินในกรณีที่ไม่สามารถดำเนินการด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อให้สามารถใช้งานสารสนเทศได้ตามปกติอย่างต่อเนื่อง
    (๓) การตรวจสอบและประเมินความเสี่ยงด้านสารสนเทศอย่างสม่ำเสมอ

  • มาตรา ๖ ในกรณีที่มีการรวบรวม จัดเก็บ ใช้ หรือเผยแพร่ข้อมูล หรือข้อเท็จจริงที่ทำให้ สามารถระบุตัวบุคคล ไม่ว่าโดยตรงหรือโดยอ้อม ให้หน่วยงานของรัฐจัดทำแนวนโยบายและ แนวปฏิบัติการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลด้วย


  • มาตรา ๗ แนวนโยบายและแนวปฏิบัติตามมาตรา ๕ และมาตรา ๖ ให้หน่วยงานของรัฐ จัดทำเป็นประกาศ และต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการหรือหน่วยงานที่คณะกรรมการ มอบหมาย จึงมีผลใช้บังคับได้

  • หน่วยงานของรัฐต้องปฏิบัติตามแนวนโยบายและแนวปฏิบัติที่ได้แสดงไว้ และให้จัดให้มีการ ตรวจสอบการปฏิบัติตามแนวนโยบายและแนวปฏิบัติที่กำหนดไว้อย่างสม่ำเสมอ

  • มาตรา ๘ ให้คณะกรรมการ(หรือหน่วยงานที่คณะกรรมการมอบหมาย)จัดทำแนวนโยบาย และแนวปฏิบัติหรือการอื่นอันเกี่ยวกับการดำเนินการตามพระราชกฤษฎีกานี้ ไว้เป็นตัวอย่างเบื้องต้น สำหรับการดำเนินการของหน่วยงานของรัฐในการปฏิบัติตามพระราชกฤษฎีกานี้ และหากหน่วยงาน ของรัฐแห่งใดมีการปฏิบัติงานตามกฎหมายที่แตกต่างเป็นการเฉพาะแล้ว หน่วยงานของรัฐแห่งนั้นอาจ เพิ่มเติมรายละเอียดการปฏิบัติงานตามกฎหมายที่แตกต่างนั้นได้โดยออกเป็นระเบียบ ทั้งนี้ โดยให้ คำนึงถึงความถูกต้องครบถ้วน ความน่าเชื่อถือ สภาพความพร้อมใช้งาน และความมั่นคงปลอดภัยของ ระบบและข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์

  • มาตรา ๙ การทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ภาครัฐตามหลักเกณฑ์และวิธีการตามพระราชกฤษฎีกานี้ ไม่มีผลเป็นการยกเว้นกฎหมายหรือหลักเกณฑ์และวิธีการที่กฎหมายในเรื่องนั้นกำหนดไว้เพื่อการ อนุญาต อนุมัติ การให้ความเห็นชอบ หรือการวินิจฉัย



  • * * * * * * * * * * * *