หัวข้อวิชา
จริยธรรมนักกฎหมาย : วิเคราะห์กรณี "อัยการจังหวัด"
โดย
ศาสตราจารย์(พิเศษ) คัมภีร์ แก้วเจริญ
อดีตอัยการสูงสุด
วันพุธที่ ๒๑ ธันวาคม ๒๕๕๔
เวลา ๑๐.๓๐ - ๑๒.๐๐ น.
ณ ห้องแกรนด์รัชดาบอลรูม ชั้น ๕ อาคารธารทิพย์
โรงแรมเจ้าพระยาปาร์ค ถนนรัชดาภิเษก เขตดินแดง กทม.
1. งานอัยการ : พื้นฐานจริยธรรม
1.1 อำนวยความยุติธรรม
-ตรวจสอบการสอบสวนคดีอาญา คัดแยกผู้ที่ไม่ควรเป็นจำเลยออกจากกระบวนการฟ้องคดี
-พิสูจน์ความจริงในศาล และตรวจสอบคำพิพากษาตามขั้นตอนกฎหมาย
-ตรวจสอบทางการเมือง
1.2 รักษาผลประโยขน์ของรัฐและประชาชน
-ว่าต่างแก้ต่างคดีแพ่ง ดำเนินคดีปกครอง แก้ต่างคดีอาญา ฯลฯ
-ให้คำปรึกษาทางกฎหมาย ช่วยเจรจายกร่างสัญญา และตรวจสอบให้ข้อแนะนำเกี่ยวกับสัญญา
-ประสานความร่วมมือทางอาญากับรัฐต่างประเทศ
1.3 คุ้มครองสิทธิ และช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน
-จัดให้มีทนายความอาสาเพื่อช่วยเหลือประชาชน ในการดำเนินคดีแพ่งตามหลักเกณฑ์ และระเบียบของสำนักงานอัยการสูงสุด
-จัดให้พนักงานอัยการดำเนินการเผยแพร่ความรู้ให้กับประชาชน
-จัดให้มีอาสาสมัคร สคช.ขึ้น เพื่อให้ประชาชนมีส่วนร่วมกับสำนักงานอัยการสูงสุด ในการแก้ปัญหาของประชาชน โดยเฉพาะผู้ยากไร้
ภาระหน้าที่และจริยธรรมอัยการตามหลักการของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 หมวด ๕ (แนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ) ส่วนที่ ๕ (แนวนโยบายด้านกฎหมายและการยุติธรรม) มาตรา ๘๑ ซึ่งกำหนดให้รัฐต้องดำเนินการตามแนวนโยบายด้านกฎหมายและการยุติธรรม ดังต่อไปนี้
*ดูแลให้มีการปฏิบัติและบังคับการให้เป็นไปตามกฎหมายอย่างถูกต้อง รวดเร็ว เป็นธรรม และทั่วถึง ส่งเสริมการให้ความช่วยเหลือและให้ความรู้ทางกฎหมายแก่ประชาชน และจัด
ระบบงานราชการและงานของรัฐอย่างอื่นในกระบวนการยุติธรรมให้มีประสิทธิภาพ โดยให้ประชาชน และองค์กรวิชาชีพมีส่วนร่วมในกระบวนการยุติธรรม และการช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมาย
**คุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของบุคคลให้พ้นจากการล่วงละเมิด ทั้งโดยเจ้าหน้าที่ของรัฐและโดยบุคคลอื่น และต้องอำนวยความยุติธรรมแก่ประชาชนอย่างเท่าเทียมกัน
เงื่อนไขจริยธรรมอัยการภายใต้บทกำหนดสิทธิในกระบวนการยุติธรรมของชนชาวไทยตามรัฐธรรมนูญ
>>>Click รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 หมวด ๓ (สิทธิและเสรีภาพของชนชาวไทย) ส่วนที่ ๔ (สืทธิในกระบวนการยุติธรรม) มาตรา ๓๙ และ ๔๐
>>>Click นโยบายอัยการสูงสุด (๑ ต.ค.๒๕๕๒)
2. จิตสำนึกอัยการ : ความยุติธรรม
2.1 ความยุติธรรมในเชิงนิติศาสตร์
2.1.1 กฎธรรมชาติ กับกฎมนุษย์
-อิทธิพลธรรมชาติ
-มาตรฐานความประพฤติ (Norms)
2.1.2 ดุลยภาพทางจิต
-สัญญลักขณ์"ตราชู" : เป็นกลาง เที่ยงตรง
-ท่านพระธรรมปิฎก(ป.อ.ปยุตโต) : สภาพจิต"อุเบกขา" (๓ ประการ)
ความลำเอียง ๔ ประการ
-ฉันทา : ชอบ
-โทสา : ไม่ชอบ
-ภยา : กลัว
-โมหา : หลง
>>>Click บทวิจารณ์ "นิติศาสตร์แนวพุทธ"
2.2 อัยการ คือผู้อำนวยความยุติธรรม
2.2.1 อัตตา กับความยุติธรรม
2.2.2 กระแสสังคม กับความยุติธรรม
หลักรัฐศาสตร์ vs. นิติศาสตร์
หลักการของกฎหมาย/นิติธรรม(Rule of Law) vs. คุณธรรม ความยุติธรรม
3. คุณธรรม และจริยธรรมในแวดวงอัยการ
3.1 การดำรงตน/จรรยาของอัยการ
3.1.1 ในสังคมทั่วไป
-การวางตน : อ่อนน้อม เป็นกันเอง น่านับถือ
-การแต่งกาย กิริยาท่าทาง การพูด
-
เพิ่มศักยภาพ เสริมสร้างวิสัยทัศน์
-งดสิ่งที่ควรงด สถานที่อโคจร
บทบัญญัติใน"ประมวลจริยธรรม"ของอัยการ
-(ข้อ ๒๘) วางตนให้เหมาะสม ครองตนอย่างพอเพียงสมฐานานุรูป
-(ข้อ ๒๙) พัฒนาตนให้มีบุคลิกภาพที่ดีงาม และแต่งกายสุภาพเรียบร้อย เหมาะสม ทั้งในขณะปฏิบัติหน้าที่และในการเข้าสังคม
-(ข้อ ๓๐) เป็นผู้มีวิสัยทัศน์และพึงรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น
-(ข้อ ๓๑) พิทักษ์รักษาทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม และความหลากหลายทางชีวภาพ รวมทั้งปกป้องคุ้มครองประโยชน์สาธารณะ
-(ข้อ ๒๔) หลีกเลี่ยงและละเว้นจากอบายมุขทั้งปวง หรือกระทำการอื่นใดที่อาจนำไปสู่ความเสื่อมเสียต่อตนเอง ครอบครัว และสำนักงานอัยการสูงสุด
3.1.2 ในสภาพแวดล้อมการทำงาน
-(
ข้อ ๒๕) ให้ความร่วมมือในการประสานงานระหว่างศาล ตำรวจ ทนายความ เจ้าหน้าที่ในหน่วยงานอื่น และประชาชน โดยมีเป้าหมายเพื่ออำนวยความยุติธรรมให้เป็นไปด้วยความบริสุทธิ์และเกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชน
-(ข้อ ๓๒) เอาใจใส่ดูแลรักษาสถานที่ทำงาน สถานที่พักอาศัยของทางราชการ และบริเวณสถานที่ดังกล่าวให้สง่างาม ถนอมรักษาทรัพย์สินของทางราชการให้อยู่ในสภาพเรียบร้อยใช้การได้ตลอดเวลา
-(ข้อ ๓๓) ใฝ่หาความรู้ เพิ่มพูนความรู้และทักษะในการทำงาน ติดตามการพัฒนาทางกฎหมายอย่างสม่ำเสมอ
-(ข้อ ๒๖) ปฏิบัติตนเป็นแบบอย่างที่ดีแก่ผู้ใต้บังคับบัญชาในการจรรโลงและรักษาจริยธรรมของข้าราชการฝ่ายอัยการ และพึงใช้ความรอบรู้ และเที่ยงธรรมในการบริหารงานบุคคลให้เป็นไปตามหลักคุณธรรมเสมอ หมั่นส่งเสริมให้ผู้ใต้บังคับบัญชาได้ศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมและสร้างเสริมจิตสำนึกในการพัฒนาคุณธรรม ตลอดจนความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ต่อสำนักงานอัยการสูงสุด
-(ข้อ ๒๗) ดูแลเอาใจใส่ผู้ใต้บังคับบัญชา ทั้งในด้านการปฏิบัติงาน ขวัญกำลังใจ สวัสดิการ และยอมรับฟังความคิดเห็นของผู้ใต้บังคับบัญชา ตลอดจนปกครองผู้ใต้บังคับบัญชาในระบบคุณธรรม
การรายงานความดีความชอบของผู้ใต้บังคับบัญชา การโยกย้าย การเลื่อนชั้น
ให้ใช้ระบบคุณธรรม โดยพิจารณาถึงความซื่อสัตย์สุจริต ความรู้ ความสามารถ
ผลงานดีเด่น และระบบอาวุโส เป็นเกณฑ์พิจารณา และให้คำนึงถึงพฤติกรรมทาง
จริยธรรมของบุคคลดังกล่าวด้วย
3.2 จรรยา คุณธรรม และจริยธรรมอัยการ
3.2.1 ความหมายและมาตรฐานสากล
-ความหมายของ "จรรยา" + "บรรณ
-ความหมายของ "คุณ" + "ธรรม"
-ความหมายของ "จริยะ" + "ธรรม"
>>>ดู บทความ "คุณธรรม จริยธรรมของผู้ประกอบวิชาชีพกฎหมาย" click ที่นี่
ประมวลจรรยาบรรณในวิชาชีพกฎหมาย
>>>ดู Code of Conduct for Law Enforcement Officers click ที่นี่
UN Convention on CPCJ, 8th(Havana) 1990
>>>ดู Standard of Professional Reponsibility, Duties and Rights of Public Prosecutors(1999) click ที่นี่
>>>ดู จรรยาบรรณพนักงานสอบสวน ๒๕๔๔click ที่นี่
>>>ดู ประมวลจริยธรรมข้าราชการตุลาการ ๒๕๔๔ click ที่นี่
>>>ดู ข้อบังคับสภาทนายความว่าด้วยมรรยาททนายความ ๒๕๒๙ click ที่นี่
3.2.2 มาตรฐานของอัยการ
>>>ดู ประมวลจริยธรรมข้าราชการฝ่ายอัยการฯ พ.ศ.๒๕๕๑ click ที่นี่
บทบัญญัติรัฐธรรมนูญฯ มาตรา ๒๗๙
-ต้องกำหนดมาตรฐานทางจริยธรรมของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ข้าราชการ หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐแต่ละประเภทไว้ใน "ประมวลจริยธรรม"
-การฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมที่กำหนดให้ถือว่าเป็นการกระทำผิดทางวินัย
-มาตรการวินัยต้องมีกลไกและระบบในการดำเนินงานเพื่อบังคับใช้อย่างมีประสิทธิภาพ และต้องกำหนดขั้นตอนการลงโทษตามความร้ายแรงแห่งการกระทำ
หลักการใน"ประมวลจริยธรรม"ของอัยการ
-ต้องยึดมั่นในคุณธรรมและจริยธรรมและยืนหยัดทำในสิ่งที่ถูกต้องและเป็นธรรมในการอำนวยความยุติธรรมแก่ประชาชนโดยเสมอภาค รักษาผลประโยชน์ของรัฐและคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชน โดยต้องปฏิบัติหน้าที่อย่างมีจิตสำนึกที่ดี ด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต ถูกต้อง เที่ยงธรรม รอบคอบ รวดเร็ว โปร่งใส และตรวจสอบได้ เพื่อให้เป็นที่เชื่อถือศรัทธาแก่ประชาชน
-ต้องรักษาไว้ซึ่งอุดมการณ์แห่งวิชาชีพและ"ประมวลจริยธรรม"อย่างเคร่งครัด ไม่กระทำการใด ๆ อันอาจนำมาซึ่งความเสื่อมเสียต่อเกียรติศักดิ์แห่งวิชาชีพ
จริยธรรมของอัยการ
-(ข้อ ๑๕) รักษาไว้ซึ่งอุดมการณ์แห่งวิชาชีพและจริยธรรมนี้อย่างเคร่งครัด ไม่กระทำการใด ๆ อันอาจนำมาซึ่งความเสื่อมเสียต่อเกียรติศักดิ์แห่งวิชาชีพ
-(ข้อ ๑๖) พิจารณาสั่งคดีด้วยความมีอิสระและปฏิบัติ
หน้าที่ให้เป็นไปโดยเที่ยงธรรม
-(ข้อ ๑๗) ไม่ประกอบอาชีพ หรือวิชาชีพ หรือกระทำกิจการใดอันเป็นการกระทบกระเทือนถึงการปฏิบัติหน้าที่ หรือเสื่อมเสียถึงเกียรติศักดิ์แห่งตำแหน่งหน้าที่ราชการ
3.2.3 แนวปฏิบัติของอัยการ
Intregity : Honest & Firm ใน Rule of Law (หลักการกฎหมาย/คุณธรรมของกฎหมาย)
รับรู้รับผิดชอบในบทบาทของ "อัยการ"
ปฏิบัติภารกิจตรงตามบทบาทของ "อัยการ" (รูปธรรม)
-รอบคอบ : ข้อเท็จจริง & ข้อกฎหมาย
-รวดเร็ว : ศักยภาพ
-โปร่งใส : เปิดเผย(บอกกล่าว) & เหตุผล(ข้ออธิบาย)
-รับการตรวจสอบ : ภายใน อส. & องค์กรภายนอก
4. อัยการจังหวัดในฐานะนักบริหารงานอัยการชั้นต้น กับจิตสำนึกที่จะให้บริการ (service mind)
4.1 หลักทั่วไปของการทำงาน และการบริหารจัดการงานอัยการ
-หลักเกณฑ์การบริหารกิจการที่ดี
*ปฏิรูประบบราชการ เพื่อให้การปฏิบัติงานของส่วนราชการตอบสนองต่อการพัฒนาประเทศและให้บริการแก่ประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
**ใช้วิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดีเพื่อให้การบริหารราชการแผ่นดินเป็นไปเพื่อประโยชน์สุขของประชาชน เกิดผลสัมฤทธิ์ต่อภารกิจของรัฐ มีประสิทธิภาพ เกิดความคุ้มค่าในเชิงภารกิจของรัฐ ลดขั้นตอนการปฏิบัติงานที่เกินความจำเป็น
***ประชาชนได้รับการอำนวยความสะดวกและได้รับการตอบสนองความต้องการ
****มีการประเมินผลการปฏิบัติราชการอย่างสม่ำเสมอ
>>>Click พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ. ๒๕๔๖
>>>Click รัฐธรรมนูญ ๒๕๕๐ มาตรา ๘๑(๑)
*ดูแลให้มีการปฏิบัติและบังคับการให้เป็นไปตามกฎหมายอย่างถูกต้อง รวดเร็ว
เป็นธรรม และทั่วถึง
**ส่งเสริมการให้ความช่วยเหลือและให้ความรู้ทางกฎหมายแก่ประชาชน และจัดระบบงานราชการและงานของรัฐอย่างอื่นในกระบวนการยุติธรรมให้มีประสิทธิภาพ
***ให้ประชาชน และองค์กรวิชาชีพมีส่วนร่วมในกระบวนการยุติธรรม และการช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมาย
>>>Click คติการบริหารจัดการภาครัฐของรัฐบุรุษอาวุโส
>>>Click อัญเชิญพระบรมราโชวาทฯ ๒๕๕๔ สำหรับพนักงานอัยการ
4.2 เป้าหมายของอัยการ คือ "รอยยิ้ม" ของประชาชนผู้รับบริการ
-การอาสาอำนวยความยุติธรรม คิอ การให้บริการ
-ประชาชน คือ ผู้รับบริการ
4.3 คติธรรม ๓ ส. เพื่อสร้างรอยยิ้ม
๐ Click >>> อัญเชิญพระบรมราโชวาทฯ ๒๕๓๐
ส.๑ - สว่าง : รู้ทฤษฎี รู้ทางปฏิบัติ รู้ความเป็นจริงในสังคม
ส.๒ - สอาด : ซื่อตรงต่อหน้าที่ และประชาชน
ส.๓ - สงบ : นิ่งทั้งกาย วาจา ใจ
5.บทท้าย
5.1 สรุป
5.2 เสนอแนะ
* * * * * * * * * * * *
รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550
หมวด ๓ (สิทธิและเสรีภาพของชนชาวไทย) ส่วนที่ ๔ (สิทธิในกระบวนการยุติธรรม)
มาตรา ๓๙ บุคคลไม่ต้องรับโทษอาญา เว้นแต่ได้กระทำการอันกฎหมายที่ใช้อยู่ในเวลาที่กระทำนั้นบัญญัติเป็นความผิดและกำหนดโทษไว้ และโทษที่จะลงแก่บุคคลนั้นจะหนักกว่า
โทษที่กำหนดไว้ในกฎหมายที่ใช้อยู่ในเวลาที่กระทำความผิดมิได้
ในคดีอาญา ต้องสันนิษฐานไว้ก่อนว่าผู้ต้องหาหรือจำเลยไม่มีความผิด ก่อนมีคำพิพากษาอันถึงที่สุดแสดงว่าบุคคลใดได้กระทำความผิด จะปฏิบัติต่อบุคคลนั้นเสมือนเป็นผู้กระทำความผิดมิได้
มาตรา ๔๐ บุคคลย่อมมีสิทธิในกระบวนการยุติธรรม ดังต่อไปนี้
(๑) สิทธิเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมได้โดยง่าย สะดวก รวดเร็ว และทั่วถึง
(๒) สิทธิพื้นฐานในกระบวนพิจารณา ซึ่งอย่างน้อยต้องมีหลักประกันขั้นพื้นฐานเรื่องการได้รับการพิจารณาโดยเปิดเผย การได้รับทราบข้อเท็จจริงและตรวจเอกสารอย่างเพียงพอ การเสนอ
ข้อเท็จจริง ข้อโต้แย้ง และพยานหลักฐานของตน การคัดค้านผู้พิพากษาหรือตุลาการ การได้รับการพิจารณาโดยผู้พิพากษาหรือตุลาการที่นั่งพิจารณาคดีครบองค์คณะ และการได้รับทราบเหตุผล
ประกอบคำวินิจฉัย คำพิพากษา หรือคำสั่ง
(๓) บุคคลย่อมมีสิทธิที่จะให้คดีของตนได้รับการพิจารณาอย่างถูกต้อง รวดเร็ว และเป็นธรรม
(๔) ผู้เสียหาย ผู้ต้องหา โจทก์ จำเลย คู่กรณี ผู้มีส่วนได้เสีย หรือพยานในคดีมีสิทธิได้รับการปฏิบัติที่เหมาะสมในการดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรม รวมทั้งสิทธิในการได้รับการสอบสวน
อย่างถูกต้อง รวดเร็ว เป็นธรรม และการไม่ให้ถ้อยคำเป็นปฏิปักษ์ต่อตนเอง
(๕) ผู้เสียหาย ผู้ต้องหา จำเลย และพยานในคดีอาญา มีสิทธิได้รับความคุ้มครองและความช่วยเหลือที่จำเป็นและเหมาะสมจากรัฐ ส่วนค่าตอบแทน ค่าทดแทน และค่าใช้จ่ายที่จำเป็น
ให้เป็นไปตามที่กฎหมายบัญญัติ
(๖) เด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ หรือผู้พิการหรือทุพพลภาพ ย่อมมีสิทธิได้รับความคุ้มครองในการดำเนินกระบวนพิจารณาคดีอย่างเหมาะสม และย่อมมีสิทธิได้รับการปฏิบัติ
ที่เหมาะสมในคดีที่เกี่ยวกับความรุนแรงทางเพศ
(๗) ในคดีอาญา ผู้ต้องหาหรือจำเลยมีสิทธิได้รับการสอบสวนหรือการพิจารณาคดีที่ถูกต้อง รวดเร็ว และเป็นธรรม โอกาสในการต่อสู้คดีอย่างเพียงพอ การตรวจสอบหรือได้รับทราบ
พยานหลักฐานตามสมควร การได้รับความช่วยเหลือในทางคดีจากทนายความ และการได้รับการปล่อยตัวชั่วคราว
(๘) ในคดีแพ่ง บุคคลมีสิทธิได้รับความช่วยเหลือทางกฎหมายอย่างเหมาะสมจากรัฐ
