โดย
AG's Team ( มี.ค.๔๘ )
................... ในปัจจุบันนี้ สำนักงานอัยการสูงสุดได้มีการพัฒนาปรับเปลี่ยนบทบาทในด้านการบริหารงานองค์กรเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและปรับเปลี่ยนวิธีการการทำงานของพนักงานอัยการเพื่อให้เกิดความโปร่งใส
เป็นธรรม และสามารถ ตรวจสอบได้ จากภาคประชาชน ซึ่งเป็นวัตถุประสงค์หลักในการอำนวยความยุติธรรมทางอาญา สำหรับการบริหารสำนักงานอัยการสูงสุด นั้น ได้มีการพัฒนารูปแบบการบริหารงานเพื่อป้องกันมิให้อำนาจการตัดสินใจที่ขึ้นอยู่กับหัวหน้าส่วนราชการเพียงคนเดียว
ซึ่งจะเป็นการรวมศูนย์การบริหารงานทำให้ขาดการมีส่วนร่วมจากผู้ใต้บังคับบัญชา หรือผู้บริหารลำดับรองคนอื่น ๆ ในองค์กร รวมทั้งการตัดสินใจในเรื่องสำคัญๆเพียงลำพังอาจก่อให้เกิดความผิดพลาดได้ง่าย
หรืออาจไม่ได้รับการตอบสนองในการปฏิบัติจากบุคลากรในองค์กรให้บรรลุวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้ นอกจากนี้เมื่อพิจารณาถึงทฤษฎีหรือแนวทางการบริหารงานองค์การสมัยใหม่ ทั้งในและต่างประเทศ
การที่มอบอำนาจการตัดสินใจหรืออำนาจการบริหารงานให้บุคคลเพียงคนเดียวในการบริหารงานเรื่องสำคัญๆ อาจไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร เพราะขาดการปรึกษาหารือ และการมีส่วนร่วมจากบุคคลในองค์กรซึ่งมีส่วนได้เสีย
หรือมีผลกระทบในเรื่องดังกล่าว
...................ดังนั้น
เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2547 สำนักงานอัยการสูงสุดจึงได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการบริหารสำนักงานอัยการสูงสุด
( เรียกย่อว่า กบ.อส. ) ขึ้น โดยทำหน้าที่ในลักษณะเป็น Executive Board เช่นเดียวกับการบริหารงานขององค์กรเอกชน
เพื่อให้มีประสิทธิภาพในการบริหารงานมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้ คณะกรรมการดังกล่าวของสำนักงานอัยการสูงสุดจะมีอำนาจหน้าที่ในการร่วมพิจารณากำหนดนโยบาย
และกำกับการปฏิบัติตามภารกิจของสำนักงานอัยการสูงสุด ร่วมกับอัยการสูงสุดซึ่งเป็นหัวหน้าส่วนราชการ การบริหารงานดังกล่าวนับว่าเป็นการกระจายอำนาจ
และเปิดโอกาสให้เกิดการมีส่วนร่วมในการบริหารงานสำนักงานอัยการสูงสุด โดยผู้บริหารอื่นๆ ในองค์กรคือ รองอัยการสูงสุด และผู้ตรวจราชการอัยการ นอกจากนี้การบริหารงานองค์กรในรูปแบบของคณะกรรมการดังกล่าว
ยังมีข้อดีในการขับเคลื่อนนโยบายสำคัญ ๆ ขององค์กรให้เป็น เอกภาพ มีความต่อเนื่อง จากผู้บริหารในปัจจุบันขององค์กรไปยังผู้บริหารคนใหม่ที่จะเข้ามารับตำแหน่ง
และยังเป็นเวทีที่เปิดโอกาสให้ผู้บริหารคนอื่น ๆ ในองค์กรได้มีโอกาสแสดงวิสัยทัศน์ มีส่วนร่วม และร่วมรับผิดชอบในการบริหารงานนโยบายที่สำคัญ ๆ ของสำนักงานอัยการสูงสุดอีกด้วย
...................ในด้านการปรับเปลี่ยนวิธีการการทำงานของพนักงานอัยการเพื่อให้เกิดความโปร่งใส
เป็นธรรม และสามารถตรวจสอบได้จากภาคประชาชน ซึ่งเป็นวัตถุประสงค์หลักในการอำนวยความยุติธรรมทางอาญานั้น
เมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2548 สำนักงานอัยการสูงสุดโดยมติของ กบ.อส.ได้ออกหนังสือเวียนกำหนดให้การมี
คำสั่งไม่ฟ้องคดีอาญา ในทุกคดีของพนักงานอัยการ จะต้องมีการระบุชี้แจงถึง
เหตุผล ไม่ว่าจะเป็นข้อกฎหมาย หรือข้อเท็จจริงที่ทำให้พนักงานอัยการสั่งไม่ฟ้องในคดีดังกล่าว
ทั้งนี้การระบุเหตุผลในการสั่งไม่ฟ้องดังกล่าวนั้นเป็นการเปิดเผยข้อมูลซึ่งมีขึ้นเพื่อให้ประชาชน
ซึ่งไม่ว่าจะเป็นผู้เสียหาย หรือผู้ต้องหา เข้าใจถึงเหตุผลของการใช้ดุลพินิจดังกล่าวของพนักงานอัยการ
ว่าเป็นไปโดยชอบธรรม หรือเป็นไปโดยความยุติธรรมหรือไม่ หากผู้เสียหายหรือประชาชน
พิจารณาแล้วเห็นว่าการใช้ดุลพินิจดังกล่าวเป็นไปโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ก็สามารถดำเนินการโดยใช้ช่องทางตามกฎหมายกับบุคคลซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐให้รับผิดชอบในการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย
นอกจากนี้การกำหนดหลักเกณฑ์ดังกล่าวของสำนักงานอัยการสูงสุดยังเป็นไปเพื่อให้เกิดความสอดคล้องกับบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ
เพื่อให้การดำเนินคดีอาญาในชั้นของพนักงานอัยการเป็นไปอย่างโปร่งใส และเป็นธรรม
รวมทั้งทำให้ประชาชนเกิดความเชื่อมั่น และศรัทธาในการใช้ดุลพินิจของพนักงานอัยการ
ซึ่งเป็นองคาพยพหนึ่งที่สำคัญในการดำเนินคดีอาญาในประเทศไทย
* * * * * * * * * * * *