comepee >>>free Law for You
คัมภีร์กฎหมาย เวทีถาม - ตอบ แลกเปลี่ยนสาระน่ารู้
Welcome to COMEPEE Law Forum !
ถาม-ตอบ | บทความ | Home | webmaster | Articles | WEBBOARD
     

‘ของกลาง’


โดย .....สม พรหมธรรมา

     

              รถปิคอัปมีแค้ปคันนั้นจอดทิ้งไว้หน้าโรงพักสามเดือนแล้ว มันตากแดดตากฝนถ้าเป็นคนคงสำลักหวัดตายแล้ว จ่าทองหยิบพวงกุญแจจากห้องเก็บของกลางเอาไปเปิดประตู กลิ่นตัวคนใช้เมื่อสามเดือนที่แล้วยังอบอวลอยู่ เขาลองติดเครื่อง ปรากกฎว่าไดสตาร์ตยังมีแรงฉุด แบ็ตเตอร์รี่มีไฟเต็ม แต่เรื่องยนต์ไมยอมทำงาน สารวัตรเกริมยืนดูการกระทำของจ่าทองตั้งแต่แรก พูดขึ้นว่า สงสัยน้ำมันเครื่องยังไม่ตื่น อย่าเหยียบคันเร่ง ประเดี๋ยวน้ำมันท่วม หมุนแต่เครื่องยนต์อย่างเดียวสักพัก พอน้ำมันเครื่องกระจายทั่ว เครื่องยนต์อาจติดก็ได้ จ่าทองว่าไฟยังมี รถยังใหม่ คงไม่ต้องออกแรงเข็นนะครับสารวัตร สารวัตรเกริมพยักหน้าให้สตาร์ตไดฉุดเครื่องยนต์ต่อ สักพักหนึ่งเครื่องยนต์ก็ครางกระหึ่ม จ่าทองเหยียบคันเร่งน้ำมันเบาๆ จนแน่ใจว่าเครื่องไม่ดับแล้ว ก็ลงมายืนรอข้างนอก ปากว่าต้องอุ่นเครื่องสักห้านาที สารวัตรเกริมถามว่าจะทำอะไรกับมัน จ่าทองว่าผมจะขับให้มันได้ยืดเส้นยืดสายบ้าง จอดแช่ไว้อย่างนี้ มันจะหมดสภาพ น่าเสียดายที่ยังใหม่อยู่ สารวัตรเกริมถามว่าคันนี้คดีอะไร จ่าทองว่าคดีขับชนคนตายแล้วหลบหนี สารวัตรเกกริมพยักหน้า ปากว่าขับวนเวียนแถวโรงพักนี่แหละ อย่าให้เกิดอุบัติเหตุซ้ำละ จ่าทองว่าผมทำตามหน้าที่เก็บรักษาของกลางมิให้เสื่อมสภาพใช้งาน ถ้าเป็นม้าต้องขี่ออกไปกลางทุ่ง ให้มันได้เดินวิ่งจนเหนื่อย เพื่อให้ธรรมชาติของมันฟื้นคืนตัว รถยนตก็เหมือนม้า ถ้าไม่ให้มันวิ่งบ้าง จอดแช่นานๆเครื่องยนต์จะฝืดหมด อาจไม่มีโอกาศฟื้นสภาพเลยก็ได้ สารวัตรเกริมถามว่าถ้าเจ้าของมาพบเข้าแล้วหาว่าเอารถของเขาไปขับเล่น จ่าจะว่าอย่างไร จ่าทองว่าผมจะบอกเขาว่าขับเพื่อให้รถได้ยืดเส้นยืดสาย มันจะได้ไม่เสื่อมสภาพใช้งาน ถ้าเจ้าของยังไม่หยุดพูด ผมจะเรียกค่าเก็บรักษา เพราะของกลางที่เป็นม้าหรือรถยนต์ อยู่ในสภาพที่ดูแลรักษาได้โดยค่าใช้จ่ายไม่เกินคุ้ม ถ้าเห็นว่าค่าใช้จ่ายจะเกินคุ้ม พนักงานสอบสวนมีอำนาจเอาออกขายทอดอตลาดได้ เพื่ออาเงินสุทธิที่ได้จากการขายทอดตลาดเก็บไว้แทนของกลางนั้น คดีนี้ผมดูกฎหมายจราจรทางบกฯมาตรา ๗๘ แล้ว ในวรรคสองบัญญัติไว้ตายตัวว่าพนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจยึดรถคันที่ผู้ขับขี่หลบหนืหรือไม่แสดงตนว่าเป็นผู้ขับขี่จนกว่าคดีถึงที่สุดหรือได้ตัวผู้ขับขี่ ถ้าเจ้าของหรือผู้ครอบครองไม่แสดงตัวต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ภายในหกเดือนนับแต่วันเกิดเหตุ ให้ถือว่ารถนั้นเป็นทรัพย์สินซึ่งได้ใช้ในการกระทำความผิดหรือเกี่ยวกับการกระความผิดและให้ตกเป็นของรัฐ
              สารวัตรเกริมว่าของกลางนี้กฎหมายแพ่งฯกำหนดไว้หนึ่งปีไม่ใช่หรือ จ่าทองว่ากรณีนี้เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับการกระทำผิดอาญาตามกฎหมายจราจร และกฎหมายจราจรมีโทษอาญาตามมาตรา ๗๘ ต้องใช้กำหนดหกเดือนตามมาตรา ๗๘ เป็นตัวชี้ขาด และคดีนี้รู้ตัวคนขับและตัวเจ้าของแล้ว แต่ไม่ยอมมาแสดงตัว ต้องใช้กำหนดหกเดือน ถ้าพ้นกำหนดนี้แล้วเจ้าของไม่มาขอคืน ก็ต้องตกเป็นของรัฐ โรงพักเราเอาใช้ราชการได้เลย สารวัตรเกริมว่าจ่าทองแม่นกฎหมายดี สอบเนติฯได้แล้วจะสอบผู้พิพากษาหรืออัยการ จ่าทองว่าผมจะสอบทั้งสองอย่าง ได้อย่างไหนก็เอาอย่างนั้น สอบไม่ได้เลยจะสอบเป็นนายร้อยตำรวจ ความรู้ของผมแค่มอหก เรียนลัดได้ปริญญาก็บุญแล้ว
             จ่าทองใช้เครื่องวัดลมยางทั้งสี่ล้อจนได้มาตรฐานแล้ว ก็ขึ้นนั่งประจำที่คนขับ มองหาสารวัตรเกริมไม่เห็นตัว คิดว่าคงเข้าห้องสอบสวนแล้ว จึงออกรถมุ่งเข้าตลาด เขาไปถามเอเยนต์จำหน่ายรถยนต์ยี่ห้อเดียวกับคันของกลาง ช่างที่อู่บอกว่าราคาตอนนี้ได้สี่ห้าแสนบาทราคาเงินสด จ่าทองนับเวลาตั้งแต่วันยึดรถคันนี้มาซึ่งเป็นวันเกิดตุ จนถึงวันนี้ ยังเหลือเวลาอีกราวครึ่งเดือนจะครบหกเดือน อันเป็นวันที่กฎหมายให้รถตกเป็นของรัฐ อันเป็นการริบของกลางโดยผลของกฎหมาย เพราะไม่สามารถฟ้องผู้กระทำผิดให้ศาลพิพากษาริบของกลางได้ จากนั้นจะมีการประเมินสภาพรถและขึ้นทะเบียนเป็นของหลวงต่อไป
             จ่าทองยกคันสลักใต้เบาะที่นั่งคนขับเพื่อขยับที่นั่งให้สบายสำหรัยตัว แต่สลักไม่ทำงาน ที่นั่งไม่ขยับไปข้างหน้าหรือหลัง จึงลงจากรถ บอกให้ช่างช่วยดูสลักให้ ช่างไปโยกคันสลักใต้เบาะก็ไม่ขยับ จึงก้มดูที่รางเลื่อนใต้เบาะ ขยับไปมาก็ไม่ได้ จึงเพ่งดูความผิดปกติ แล้วเห็นลวดทองแดงขนาดใหญ่ผูกรัดรางเลื่อนติดกับฐานรางแน่นหนา ช่างเอาคีมตัดเหล็กมาตัดออกทำให้รางเลื่อนขยับได้ตามปกติ จ่าทองรู้สึกว่ารถคันนี้น่าจะมีอะไรผิดปปกติ วิญญาณตำรวจบอกให้เขาสั่งช่างยกที่นั่งคนขับขึ้นดูใต้เบาะ เมื่อช่างทำตาม ก็พบถุงผ้าใบขนาดใหญ่ซุกอยู่ในที่ว่างใต้เบาะ เขาหยิบมันขึ้นมาดู มันหนักร่วมหนึ่งกิโลกรัม จ่าทองบอกให้ช่างเอาคีมตัดเหล็กอันเดิมตัดลวดอ่อนที่ผูกถุงอยู่ออก เมื่อเปิดปากถุงดูก็ได้กลิ่นยาระเหยออกมาเต็มจมูก เขาหยิบถุงพลาสติกถุงหนึ่งในหลายถุงอกมาแกะดูข้างใน แล้วก็พบยาเสติดหลาบเม็ดบรรจุอยู่ในนั้น เขาบอกช่างว่าสงสัยเป็นโคเคน ช่างพูดตามประสาอยากรู้ว่าไม่ใช่ยาบ้าหรือจ่า จ่าทองว่าสีของมันไม่น่าจะไช่ยาบ้า แล้วโทรศัพท์ไปหาสารวัตจรเกริมแจ้งเรื่องที่พบยาเสพติดในรถของกลางโดยบังเอิญ อีกไม่นานสารวัตรเกริมก็มาถึงร้านขายรถยนต์ ให้จ่าทองบันทึกการค้นพบและพฤติการณ์ณ์ที่พบยาเสพติดของกลางอย่างละเอียดโดยให้ช่างประจำอู่เซ็นชื่อป็นพยานด้วย แล้วนำรถของกลางกับยาเสพติดไปโรงพัก สารวัตรเกริมรื้อสำนวนสอบสวนคดีนายจันขับรถชนคนตายโดยประมาทแล้วหลบหนีออกมาจากตู้สำนวน ตรวจดูแล้วพพบว่าเจ้าของรถคันนี้เป็นนายชาตรี เจ้าของร้านขายของป่าและทำธุรกิจเดินรถระหว่างเชียงรายกรุงเทพฯ เขาบอกจ่าทองว่านี่คือเหตุที่เจ้าของรถคันนี้ไม่ยอมมาแสดงตัว สงสัยจะทิ้งรถเลยนะ จ่าทองว่าไปเอาตัวมันมาได้ไหมสาราวัตร สารวัตรเกริมว่าข่อเท็จจริงยังไม่พอขอให้ศาลออกหมายจับ ตอนนี้จะให้ตำรวจทางหลวงไปสืบดูพฤติกรรามของเสี่ยคนนี้ดูก่อน เพราะตำรวจทางหลวงรู้จักเจ้าของรถวิ่งต่างจังหวัดทุกคน หรือจ่าทองอยากไปเที่ยวเชียงรายจะขับรถคันนี้ไปคืนมันก็ได้ จ่าทองว่าถ้าสาราวัตรเห็นว่าวิธีนี้แปลกดี ผมก็ยินดีลองดู สารวัตรเกริมว่าตอนนี้ไม่มีงานอะไรติดพันไม่ใช่หรือ จะไปก็ได้ ผมจะสั่งให้ไปราชการสืบจับผู้ร้าย
              จ่าทองเอารถไปให้ช่างประจำอู่คนเดิมผูกลวดทองแดงยึดรางเบาะที่นั่งคนขับเมื่อได้จัดตำแหน่งที่นั่งกับพวงมาลัยเหมาะกับตนดีแล้ว เขาบึ่งรถของกลางไปจังหวัดเชียงรายทันที โดยแวะชวนเพื่อนตำรวจทางหลวงที่ลำปางติดรถไปด้วย เพราะรู้ว่าเพื่อนคนนี้รู้จักนายชาตรีดีฐานเป็นเจ้าของรถโดยสารขึ้นล่องกรุงเทพฯเชียงรายปะจำ พอถึงเชียงรายก็ตรงไปร้านขายของป่าของนายชาตรีทันที สภาพร้านมีสินค้าของป่าตั้งวางอยู่เต็มหน้าร้าน ข้างหลังเป็นห้องกระจกบานเลื่อน อยู่ในสภาพทันสมัยมาก พบเมียเจ้าของร้านสอบถามได้ความว่านายชาตรีตายแล้ว เพื่อนตำรวจทางหลวงแนะนำตัวแล้วถามว่าตายอย่างไร เธอตอบว่าถูกยิง จ่าทองถามว่าเมื่อไร เมียตอบว่าเมื่อเดือนเศษมานี้ จ่าทองตั้งข้อสงสัยทันทีว่าน่าจะมีเหตุจากยาเสพติดในรถคันนี้ จึงชวนเพื่อนไปถามรายละเอียดจากโรงพักเมืองเชียงราย ได้ความว่ายังไม่รู้ตัวคนยิง แต่พนักงานสอบสวนตั้งข้อสงสัยว่าสาเหตุเป็นเรื่องขัดแย้งกันในการค้ายาเสพติด เพราะผู้ตายอยู่ในสายตาของหน่วยปราบยาเสพติดโดยใช้ร้านขายของป่าและการขนส่งเป็นธุรกิจบังหน้า
              สารวัตรเกริมส่งยาเสพติดของกลางไปตรวจพิศูจน์ที่กองพิศูจน์หลักฐาน การสอบถามผู้ชำนาญยาเสพติดได้ความว่าโคเคนรายนี้มีมูลค่าในตลาดมืดหลายสิบล้านบาบาท จึงเชื่อว่าเหตุที่นายชาตรีถูกฆ่าเพราะไม่กล้ามาขอรับรถของกลาง เลยถูกเพื่อนร่วมค้าหาว่าอมยาเสพติดที่ถูกจ่าทองพบในรถของกลาง ในธุรกิจค้ายาเสพติดจะตัดสินการหักหลังเพื่อนร่วมค้าด้วยลูกปืนเท่านั้น สรุปคดีนี้จะไม่มีเจ้าของมาขอรับรถของกลางคืน แต่จะตกเป็นของหลวงเมื่อครบหกเดือนนับแต่วันเกิดเหตุ จ่าทองหวังว่าเมื่อเอาออกขายทอตลาดจะซื้อไว้ใช้เอง




* * * * * * * * * * * *


 

. HOME