KAMPREE >>> free Law for You
คัมภีร์กฎหมาย เวทีถาม - ตอบ แลกเปลี่ยนสาระน่ารู้
Welcome to KAMPREE Law Forum !!!
ถาม-ตอบ | บทความ | Home | webmaster | Articles | WEBBOARD
     

พรบ.ว่าด้วยการกระทำความผิดความผิดเกี่ยวกับ Computer


โดย .......... หน้าหับเผย (๑๑ พ.ค.๕๐)


ก.เวลาบังคับใช้

                เมื่อพ้น ๓๐ วันนับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศใน รกษ.


ข.บทนิยาม(มาตรา 3)

                 “ระบบคอมพิวเตอร์” หมายความว่า อุปกรณ์หรือชุดอุปกรณ์ของคอมพิวเตอร์ที่เชื่อมการทำงานเข้าด้วยกัน โดยได้มีการกำหนดคำสั่ง ชุดคำสั่ง หรือสิ่งอื่นใด และแนวทางปฏิบัติงานให้อุปกรณ์หรือชุดอุปกรณ์ทำหน้าที่ประมวลผลข้อมูลโดยอัตโนมัติ
                “ข้อมูลคอมพิวเตอร์” หมายความว่า ข้อมูล ข้อความ หรือคำสั่ง ชุดคำสั่ง หรือสิ่งอื่นใด บรรดาที่อยู่ในระบบคอมพิวเตอร์ในสภาพที่ระบบคอมพิวเตอร์อาจประมวลผลได้ และให้หมายความรวมถึงข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ตามกฎหมายว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ด้วย
                “ผู้ให้บริการ” หมายความว่า (๑) ผู้ให้บริการแก่บุคคลทั่วไปอื่นในการเข้าสู่อินเทอร์เน็ต หรือให้สามารถติดต่อถึงกันโดยประการอื่น ทั้งนี้โดยผ่านทางระบบคอมพิวเตอร์ ทั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็นการให้บริการในนามของตนเอง หรือในนามหรือเพื่อประโยชน์ของบุคคลอื่น


ค.ลักษณะความผิด และโทษ

๑.ต่อประชาชน(มาตรา 11)
                 - กรณีการกระทำความผิดตามมาตรา ๙ หรือมาตรา ๑๐ (๑) ก่อให้เกิดความเสียหายแก่ประชาชน ไม่ว่าความเสียหายนั้นจะเกิดขึ้นในทันทีหรือในภายหลังและไม่ว่าจะเกิดขึ้นพร้อมกันหรือไม่
                (จำคุกไม่เกิน ๑๐ ปี และปรับไม่เกิน ๒ แสนบาท)

๒.ต่อความมั่นคงฯ (มาตรา ๑๗/๑)
                - ในกรณีที่การกระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้เป็นการทำให้แพร่หลายซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่อาจกระทบกระเทือนต่อความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร ความผิดเกี่ยวกับการก่อการร้าย หรือที่มีลักษณะขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน
                (พนักงานเจ้าหน้าที่โดยได้รับความเห็นชอบจากรัฐมนตรีอาจยื่นคำร้องพร้อมแสดงพยานหลักฐานต่อศาลที่มีเขตอำนาจขอให้มีคำสั่งระงับ การทำให้แพร่หลายซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์นั้นได้ )

๓.กระทำเกี่ยวกับเนื้อหาบนอินเทอร์เน็ต ๕ ลักษณะ (ม.๑๓)
(๑)การปลอมแปลง เช่นทำปลอมเว็บธนาคารฯเพื่อหลอกเอาข้อมูล
(๒)กระจายข่าวลือที่เป็นเท็จ ทำให้ประชาชนตื่นตระหนก
(๓)เขียนเนื้อหาที่เป็นความผิดต่อความมั่นคงตาม ป.อาญา
(๔)เนื้อหาลามกอนาจาร ไม่ว่าจะเป็นภาพ ข้อเขียน คลิป ฯลฯ
(๕)ส่งอีเมล์เนื้อหาจากกรณี (๑) – (๔)
                (จำคุกไม่เกิน ๕ ปีหรือปรับไม่เกิน ๑ แสนบาท และเพิ่มโทษกรณีเนื้อหาลามกอนาจารต่อเยาวชน เพิ่มเป็นจำคุกตั้งแต่ ๒ – ๕ ปี ปรับตั้งแต่ ๔ หมื่น – ๑ แสนบาท)

๔.ใส่ภาพตัดต่อลงในเว็บ(ม.๑๕) ทำให้บุคคลอื่นเสียหาย
                (จำคุกไม่เกิน ๓ ปี หรือปรับไม่เกิน ๖ หมื่นบาท – เป็นกรณีที่ยอมความได้)

๕.การกระทำลักษณะอื่นๆ
(๑)เจาะเข้าระบบคอมพิวเตอร์ของคนอื่น(ม.๕)
                จำคุกไม่เกินหนึ่งเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท ยอมความได้
(๒)รู้วิธีเจาะเข้าระบบแล้วบอกคนอื่น(ม.๖)
                จำคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท
(๓)เปิดดูข้อมูลที่เจ้าของได้ทำการป้องกัน(ม.๗)
                จำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท
(๔)ดักข้อมูลคอมพิวเตอร์ของคนอื่น(ม.๘)
                จำคุกไม่เกินสามปีหรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท
(๕)แก้ไข หรือ ทำลายข้อมูลของคนอื่น(ม.๙)
                จำคุกไม่เกินห้าปีหรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท ยอมความได้
(๖)รบกวนระบบคอมพิวเตอร์คนอื่นจนไม่สามารถใช้งานได้ตามปกติ(ม.๑๐)
                จำคุกไม่เกินห้าปีหรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท
(๗)ขายหรือเผยแพร่โปรแกรมที่ใช้ทำความผิด(ม.๑๒)
                จำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท

๖.ในฐานะเป็นผู้สนับสนุน(มาตรา 14)
                – ผู้ให้บริการ เช่น webmaster จงใจสนับสนุนหรือยินยอมให้มีการกระทำความผิดตามมาตรา ๑๓ ในระบบคอมพิวเตอร์ที่อยู่ในความควบคุมของตน (รู้ว่ามีการทำความผิดดังกล่าวแล้วยังปล่อยให้การกระทำความผิดนั้นๆ คือ ไม่ลบออกในทันที)
                (ต้องระวางโทษเช่นเดียวกับผู้กระทำความผิดตามมาตรา ๑๓)

๗.ในฐานะเป็นเจ้าพนักงาน (มาตรา ๒๐)
                - ห้ามมิให้พนักงานเจ้าหน้าที่เปิดเผยหรือส่งมอบข้อมูลคอมพิวเตอร์ข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์ หรือข้อมูลของผู้ใช้บริการ ที่ได้มาตามมาตรา ๑๖ ให้แก่บุคคลใด ความในวรรคหนึ่งมิให้ใช้บังคับกับการกระทำเพื่อประโยชน์ในการดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ หรือเพื่อประโยชน์ในการดำเนินคดีกับพนักงานเจ้าหน้าที่เกี่ยวกับการใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบ หรือเป็นการกระทำตามคำสั่งหรือที่ได้รับอนุญาตจากศาล
                (จำคุกไม่เกิน ๓ ปี หรือปรับไม่เกิน ๖ หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ)

๘.ความผิดของผู้ให้บริการ ISP /website(ม.๒๔)
                -ข้อมูลจราจรคอมพิวเตอร์ ให้เก็บไว้อย่างน้อย 30 วัน แต่ในกรณีจำเป็นเจ้าหน้าที่สั่งให้เก็บเพิ่มได้ไม่เกิน 90 วัน
                -ISP หรือเว็บไซต์ต้องเก็บสัญญาหรือข้อตกลงที่ทำกับผู้ใช้บริการ ไว้ไม่น้อยกว่า 30 วันหลังหมดสัญญา และจะมีการออกประกาศในเรื่องนี้ในระหว่างบังคับใช้กฎหมาย
                มีโทษปรับไม่เกินห้าแสนบาท

๙.บทหนักและฉกรรจ์(ม.๑๑)

การกระทำตามมาตรา 9 หรือ 10
(๑.๑)มีผลทำให้ข้อมูลคอมพิวเตอร์ของคนทั่วไปเสียหาย (จำคุก ๑ – ๑๐ ปี ปรับตั้งแต่สองหมื่นถึงสองแสนบาท
(๑.๒)มีผลต่อระบบสาธารณะ จำคุกตั้งแต่ ๓ – ๑๕ ปี ปรับตั้งแต่หกหมื่นถึงสามแสนบาท และ
(๑.๓)มีผลทำให้เกิดอันตรายแก่ร่างกายหรือชีวิต (ประหารชีวิต จำคุกตลอดชีวิต หรือจำคุกตั้งแต่สิบปีถึงยี่สิบปี)


ง.บทให้อำนาจเจ้าหน้าที่ปฏิบัติ

๑.ตามมาตรา.๑๖
                - มี ๘ ประการ
๑)หากสงสัยว่ามีการกระทำความผิด อาจยึดข้อมูลหรืออุปกรณ์เก็บข้อมูลจากระบบคอมพิวเตอร์
๒)ทำสำเนาข้อมูลที่สงสัย
๓)เข้าระบบคอมพิวเตอร์ ข้อมูลคอมพิวเตอร์ ข้อมูลจราจรคอมพิวเตอร์ ของบุคคลใดๆ (ไม่จำเป็นต้องเป็นผู้กระทำความผิด) ที่สงสัยว่าน่าจะมีหลักฐานเกี่ยวกับการทำความผิด
๔)ถอดรหัสข้อมูลของบุคคลใดๆ หรือสั่งให้ผู้ที่เกี่ยวข้องถอดรหัสหรือให้ความร่วมมือในการถอดรหัส
๕)เรียกดูข้อมูลการจราจรคอมพิวเตอร์จาก ISP หรือ เว็บไซต์ที่เกี่ยวข้อง
๖)สั่งให้ ISP หรือเจ้าของเว็บ ให้ข้อมูลของผู้ใช้บริการ
๗)ยึดหรืออายัดระบบคอมพิวเตอร์เพื่อหาหลักฐาน
๘)เรียกบุคคลมาสอบสวน หรือให้ข้อมูล
                -เจ้าหน้าที่นี้ เป็นเจ้าหน้าที่ปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์โดยเฉพาะ ต้องมีความเชี่ยวชาญด้านคอมพิวเตอร์ และผ่านหลักสูตรอบรมเฉพาะตาม กฎหมายนี้ แต่ต้องอยู่ภายใต้บทกำหนดอำนาจและเงื่อนไขตรวจสอบการใช้อำนาจของเจ้าหน้าที่ เพื่อให้หลักประกันสิทธิเสรีภาพของประชาชน

๒.ตามมาตรา ๑๙
                - กรณีเจ้าหน้าที่พบว่ามีข้อมูลใดติดไวรัส มีสิทธิ์สั่งห้าม จำหน่าย เผยแพร่ ระงับการใช้ หรือทำลายได้


จ.ขอบเขตการใช้อำนาจ และการตรวจสอบการใช้อำนาจของเจ้าหน้าที่

๑.ตามมาตรา ๑๗
                -การยึดหรืออายัดระบบคอมพิวเตอร์ ให้เจ้าหน้าที่ทำได้ 30 วัน หากต้องการยึดนานกว่านั้นให้ขอคำสั่งศาลและขยายเวลาได้อีกไม่เกิน 60 วัน

๒.ตามมาตรา ๑๘
                -การใช้อำนาจตามมาตรา 16 ให้ใช้เฉพาะเท่าที่จำเป็นดังนี้
(๑)การทำสำเนาข้อมูลทำได้เฉพาะเมื่อสงสัยว่ามีความผิดตามมาตรา 9 คือมีการ แก้ไข/ทำลายข้อมูลของผู้อื่น
(๒)ในการเข้าระบบคอมพิวเตอร์ของบุคคลทั่วไป หรือเรียกดูข้อมูลจราจรคอมพิวเตอร์ ต้องรายงานต่อศาลภายใน 24 ชั่วโมง และศาลสามารถสั่งระงับได้

๓.ตามมาตรา ๒๐
                -ข้อมูลจราจรคอมพิวเตอร์ และ ข้อมูลผู้ใช้บริการ ที่ถูกเรียกจาก ISP เจ้าหน้าที่ต้องเก็บเป็นความลับ ห้ามส่งมอบให้ใครหรือหน่วยงานใดแม้เจ้าหน้าที่จะถูกเรียกไปให้ปากคำในคดีอื่นตามกฎหมายอื่น ก็ไม่มีสิทธิเปิดเผยข้อมูลดังกล่าว ให้ใช้เฉพาะในการดำเนินคดีกับผู้กระทำผิด กับเจ้าหน้าที่ผู้ประพฤติมิชอบ หรือตามคำสั่งศาลในการพิจารณาคดี (ฝ่าฝืนมีโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสี่หมื่นบาท)

๔.ตามมาตรา ๒๑
                -เจ้าหน้าที่ประมาท ทำให้ข้อมูลจราจรคอมพิวเตอร์ หรือ ข้อมูลผู้ใช้บริการรั่วไหล (จำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน สองหมื่นบาท)

๕.ตามมาตรา ๒๒
                -ผู้ที่รู้ข้อมูลจราจรคอมพิวเตอร์หรือข้อมูลผู้ใช้บริการที่รั่วออกมาจากเจ้าหน้าที่แล้ว ยังนำไปเปิดเผยต่อ (จำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสี่หมื่นบาท)


ฉ.การรับฟังเป็นพยานหลักฐาน (มาตรา ๒๓)
                -ข้อมูลจราจรคอมพิวเตอร์หรือข้อมูลผู้ใช้บริการที่ได้มาจากการรั่วไหลจากเจ้าหน้าที่ ไม่สามารถใช้เป็นหลักฐานในการพิจารณาคดีได้

๐ ๐ ๐ ๐ ๐ ๐ ๐ ๐ ๐ ๐ ๐ ๐ ๐ ๐ ๐ ๐ ๐

                @เมื่อวานนี้ (17 ก.ค. 50) เห็นชอบร่างกฎกระทรวงว่าด้วยการยึดหรืออายัดระบบคอมพิวเตอร์ พ.ศ. ... ตามที่กระทรวงไอซีทีเสนอ เพื่อให้การยึดหรืออายัดระบบคอมพิวเตอร์ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและมีประสิทธิภาพ ตามมาตรา 18 (8) และมาตรา 19 วรรค 6 ที่ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจยึดหรืออายัดระบบคอมพิวเตอร์เท่าที่จำเป็นเฉพาะเพื่อประโยชน์ในการทราบรายละเอียดแห่งความผิดและผู้กระทำความผิด อย่างไรก็ตาม ยังไม่แน่ใจว่าจะประกาศในราชกิจจานุเบกษา ทัน พ.ร.บ.บังคับใช้วันที่ 19 ก.ค.นี้หรือไม่

@@นายสิทธิชัย กล่าวว่า พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 ซึ่งประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วเมื่อวันที่ 18 มิ.ย.ที่ผ่านมา จะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 19 ก.ค.นี้ นอกจากร่างกฎกระทรวงว่าด้วยการยึดหรืออายัดระบบคอมพิวเตอร์ พ.ศ. ... ที่ ครม.อนุมัติแล้ว ยังเตรียมจะออกประกาศรัฐมนตรีว่าการกระทรวงไอซีทีอีก 2 ฉบับที่เกี่ยวข้องเร็วๆ นี้ เพื่อให้การบังคับใช้กฎหมายมีความสมบูรณ์ ได้แก่ หลักเกณฑ์การเก็บรักษาข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์ของผู้ให้บริการและหลักเกณฑ์เกี่ยวกับคุณสมบัติของพนักงานเจ้าหน้าที่ตาม พ.ร.บ.

@@@ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับร่างกฎกระทรวงดังกล่าว มีสาระสำคัญ อาทิ เมื่อศาลมีคำสั่งอนุญาตให้ยึดหรืออายัดระบบคอมพิวเตอร์แล้ว ให้พนักงานเจ้าหน้าที่แสดงบัตรประจำตัวก่อนทำการยึดหรืออายัดต่อผู้ครอบครองระบบคอมพิวเตอร์ หรือกรณีไม่มีเจ้าของอยู่ให้ยึดหรืออายัดโดยมีเจ้าพนักงานตำรวจหรือพนักงานฝ่ายปกครองเป็นพยาน ให้ดำเนินการยึดหรืออายัดได้ทุกวันในเวลาระหว่างพระอาทิตย์ขึ้นถึงพระอาทิตย์ตก เว้นแต่มีเหตุอันควรเชื่อได้ว่าระบบคอมพิวเตอร์นั้นจะสูญหายหรือถูกยักย้าย เมื่อยึดหรืออายัดแล้วให้มีบรรจุภัณฑ์ที่เหมาะสมป้องกันความเสียหายและการเปลี่ยนแปลงของข้อมูล แล้วปิดผนึกด้วยวัสดุที่ป้องกันการเปิดโดยไม่ได้รับอนุญาตได้ (จาก นสพ.ไทยรัฐ - ๑๗ ก.ค. ๒๕๕๐)
 

. HOME onClick="window.close( )">